เซบาสเตียง เดซาเบร เชื่อ ประเทศจะหยุดทุกอย่าง กับศึกตัดสินอนาคต ของทัพคองโก
เซบาสเตียง เดซาเบร โค้ชทีมชาติคองโก เปิดใจกับ FIFA ก่อนเกมชี้ชะตาในศึกเพลย์ออฟบอลโลก 2026 ซึ่งเป็นแมตช์สำคัญที่สุดในรอบหลายปีทีมชาติคองโกมีโปรแกรมลงแข่งนัดชี้ชะตา ในศึกเพลย์ออฟเวิลด์คัพ 2026 โดยจะลงเล่นที่เม็กซิโก วันที่ 31 มีนาคม เป้าหมายคือการผ่านเข้าสู่ฟุตบอลโลกรอบสุดท้าย หลังจากห่างเวทีโลกมานานกว่าครึ่งศตวรรษ
โค้ชคองโกคนนี้ไม่เคยสัมผัสช่วงเวลานั้นมาก่อน แต่ครั้งนี้เขามีโอกาสเปลี่ยนประวัติศาสตร์ทีม โดยพาทีมกลับสู่ฟุตบอลโลกอีกครั้ง
เพื่อคว้าตั๋ว ทีมต้องผ่านด่านสำคัญนี้ ซึ่งอาจต้องดวลกับจาเมกาหรือ นิวแคลิโดเนีย ก่อนหน้านี้มีคิวอุ่นเครื่องกับเบอร์มิวดา 25 มีนาคม
“ทีมเราพร้อมแล้ว และกำลังมาถูกทาง”
เดซาเบรกล่าวว่าทีมยังคงมุ่งมั่นและเดินหน้าตามเป้าหมายที่วางไว้ตั้งแต่รับงานเมื่อสามปีก่อน ซึ่งเส้นทางนี้ยาวนานและเกมนี้คือเกมที่ 13 ของการเดินทาง“ประสบการณ์ที่ผ่านมาเป็นสิ่งที่หล่อหลอมทีมให้แข็งแกร่ง” เขากล่าว
เกมรับแข็งแกร่ง เกมรุกเฉียบคม ทีมเวิร์กคือกุญแจ
ทีมมีเกมรับที่เหนียวแน่น เสียเพียง 1 ประตูจาก 4 นัด ขณะเดียวกันเกมรุกก็มีประสิทธิภาพมากขึ้น โดยทีมมีนักเตะฝีเท้าดีจากสโมสรชั้นนำ และทุกคนมีความเชื่อมั่นในแนวทางเดียวกันโค้ชคองโกชี้ว่าความเป็นหนึ่งเดียวคือหัวใจของทีม ทีมเล่นกันเป็นหนึ่งเดียว ทั้งรุกและรับ เหมือนทหารในสนามรบ
“ไม่มีความกลัว มีแต่ความพร้อม”
แม้จะต้องดวลกับจาเมกาหรือ นิวแคลิโดเนีย ฟุตบอลโลก 2026 เขาย้ำว่าทีมพร้อมเต็มที่และไม่หวั่นคู่แข่ง โดยตั้งเป้าสร้างผลงานแบบเกมชนะไนจีเรียหรือดีกว่าเขาย้ำว่า สิ่งสำคัญคือการมีสมาธิ เล่นตามแผน และไม่ปล่อยให้อารมณ์หรือความกดดันมาครอบงำ
เกม 90 นาทีที่เปลี่ยนอนาคต
การแข่งขันวันที่ 31 มีนาคม คือเกมชี้ชะตา เพราะ 90 นาทีนี้คือโอกาสสู่เวทีโลก“เราจะเล่นเต็มที่เพื่อประเทศ และผมเชื่อว่าทั้งชาติจะจับตาเกมนี้” เขากล่าว
ความฝันของเดซาเบร กับบททดสอบของทีม
สำหรับเขา การผ่านเข้ารอบคือความสำเร็จของทั้งทีมงานและนักเตะ หลังจากเข้ามาในช่วงที่ทีมมีปัญหา และเขายังเชื่อในศักยภาพของทีมจากประสบการณ์ทำทีมในหลายประเทศทั่วโลก เขาตั้งเป้าจะไปฟุตบอลโลกในฐานะเฮดโค้ช
ความทรงจำสำคัญในเวทีฟุตบอลโลก
เขาเล่าถึงช่วงเวลาที่น่าจดจำในฟุตบอลโลก โดยเฉพาะปี 2010 และ 1998 ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่อยู่ในความทรงจำของเขาเขายกตัวอย่างเกมคลาสสิกปี 1986 ระหว่างฝรั่งเศสกับบราซิล ซึ่งตรงกับสถานที่แข่งขันเกมสำคัญครั้งนี้